การรักษาก้อนเนื้อไทรอยด์ชนิดไม่ร้ายแรงด้วยการจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Ablation : RFA)

ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Nodule) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และก้อนส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Thyroid Nodule) อย่างไรก็ตาม เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายบริเวณคอโดยเกิดอาการแน่นคอ กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน หรือมีความกังวลด้านความสวยงามได้
ในอดีตการรักษาก้อนที่มีอาการหรือมีข้อบ่งชี้ในการรักษามักพิจารณาการผ่าตัด หรือรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดี (Radioiodine Therapy) แม้การรักษาจะได้ผลแต่อาจทำให้มีระยะเวลาการพักฟื้นที่ยาวนาน, ได้รับความเสี่ยงจากการวางยาสลบ, มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่จากการผ่าตัด หรือต้องรับฮอร์โมนทดแมนตลอดชีวิต รวมถึงปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ ได้
ปัจจุบันเทคโนโลยี Radiofrequency Ablation (RFA) ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาก้อนบางประเภท โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุผ่านเข็มที่มีขนาดเล็กภายใต้การ Ultrasound เพื่อทำให้เนื้อเยื่อเป้าหมายเกิดความร้อนและเกิดการทำลายเฉพาะบริเวณ หลังเนื้อเยื้อถูกทำลายจะใช้ระยะเวลาในการที่ร่างกายดูดสลาย โดยจากงานวิจัยมี ค่าเฉลี่ยการลดลงของก้อน (Volume Reduction) ถึง 80.3 % (n=276) ในระยะเวลา 1 ปี และ 91.9 % (n=57) ในระยะเวล 4 ปี 1 สำหรับก้อนชนิดไม่ร้ายแรง (Non-functioning Benign Thyroid Nodule (NFBTN) และสำหรับก้อนที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์มากผิดปกติ (Autonomously functioning thyroid nodules: AFTN) มีค่าเฉลี่ยการลดลงของก้อน 74.5% ± 15.7%* ในระยะเวลา 6 เดือน และ 81.7% ± 13.6 %* ในการตรวจติดตาม (follow up) 2


ดังนั้น RFA จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาตรของก้อนที่ปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อย
RFA ทำงานอย่างไร?
Radiofrequency Ablation (RFA) เป็นหัตถการแบบรุกล้ำน้อย (Minimally Invasive Procedure) ที่ใช้ เข็ม RF Electrode ร่วมกับการนำทางด้วย Ultrasound เพื่อรักษาเนื้อเยื่อเป้าหมายอย่างแม่นยำ โดยหัตถการทำภายใต้การฉีดยาชา (Local Anesthesia) ซึ่งมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงมากกว่าหัตถการหรือการผ่าตัดอื่นๆที่ต้องวางยาสลบ
หลักการทำงานของ RFA คือ แพทย์จะนำเข็ม RF Electrode เข้าไปยังบริเวณก้อนที่ต้องการรักษา จากนั้นเครื่อง RFA จะส่ง กระแสไฟฟ้าสลับความถี่สูง (Radiofrequency Current) ผ่านปลายเข็มเข้าสู่เนื้อเยื่อ กระแสไฟฟ้าความถี่สูงจะทำให้ไอออนภายในเนื้อเยื่อเกิดการเคลื่อนไหวและเสียดสีกัน ส่งผลให้เกิดความร้อนขึ้นบริเวณรอบปลายเข็ม เรียกว่า Frictional Heat หรือ Resistive Heating จากนั้นความร้อนจะถ่ายเทจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงผ่านกระบวนการ Conduction Heat ทำให้ได้พื้นที่การทำลายตามแต่ละขนาดเข็มที่เรียกว่า Ablation Zone
แพทย์จะควบคุมพลังงานและตำแหน่งของเข็มให้เหมาะสม เพื่อสร้างความร้อนในบริเวณเป้าหมายและทำให้เนื้อเยื่อภายในก้อนเกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ต้องการ โดยพยายามจำกัดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติบริเวณโดยรอบ
สำหรับการรักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์ แพทย์มักใช้เทคนิคที่เรียกว่า Moving Shot Technique โดยจะค่อย ๆ ปรับตำแหน่งปลายเข็ม RF Electrode ภายในก้อนเป็นจุด ๆ เพื่อให้สามารถครอบคลุมบริเวณที่ต้องการรักษาได้อย่างเป็นระบบ
การทำ RFA จึงอาศัยทั้ง การมองเห็นก้อนด้วย Ultrasound การควบคุมตำแหน่งของ RF Electrode และประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อให้การรักษามีความแม่นยำและเหมาะสมกับลักษณะของก้อนในผู้ป่วยแต่ละราย
สำหรับก้อนชนิดไม่ร้ายแรง เป้าหมายสำคัญของ RFA คือ การลดปริมาตรของก้อนและช่วยบรรเทาอาการหรือปัญหาด้านความงาม มากกว่าการทำให้ก้อนหายไปทันทีหลังการรักษา
จุดเด่นของการรักษา Benign Thyroid Nodules ด้วย RFA

ทำไม RFA ด้วย STARMED จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับ Benign Thyroid Nodule?



Global Leader สำหรับ Thyroid RFA
เป็นบริษัทชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ ในการใช้ RFA เพื่อรักษา Thyroid Nodule มากกว่า 80% Clinical Studies ของ Thyroid RFA ใช้เครื่องมือของ STARMED ในการรักษา และเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติที่มีมากกว่า 100 ประเทศเลือกใช้งาน ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป รวมถึงประเทศต่างๆอีกมากมาย
FDA Cleared
ได้รับ FDA 510(k) Clearance สำหรับ Ultrasound-guided RFA ของ Benign Thyroid Nodule ตามข้อบ่งใช้ที่กำหนด
แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัดเปิดคอ
เข็ม RF Electrode มีความแหลมคมและแข็งแรงเนื่องจากผลิตจาก Stainless Steel สามารถแทงผ่านผิวหนังภายใต้การดู Ultrasound ได้โดยไม่ต้องกรีดนำ
Precision with Moving Shot Technique
แพทย์สามารถเลือก Active Tip ให้เหมาะสมกับขนาดของก้อน
STARmed RF Electrode Technology
star RF Electrode มีระบบ Internal Cooling และมีหลายขนาด/ความยาว Active Tip เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ให้เหมาะกับก้อนแต่ละราย
อ้างอิง:
1. Jung SL, Baek JH, Lee JH, Shong YK, Sung JY, Kim KS, et al. Efficacy and safety of radiofrequency ablation for benign thyroid nodules: a prospective multicenter study. Korean J Radiol. 2018;19(1):167-174. doi:10.3348/kjr.2018.19.1.167.
2. Sung JY, Baek JH, Jung SL, Kim JH, Kim KS, Lee D, et al. Thyroid. 2015;25(1):112-117. doi:10.1089/thy.2014.0100..
Tag: RFA, Radiofrequency Ablation, เนื้องอกไทรอยด์ม ไทรอยด์ม Benign Thyroid Nodule, Thermal Ablation


